"อดีตปลัดศธ." เตือนไทยเร่งปฏิรูปการศึกษา ชี้เวียดนามแซงหน้า ลั่นหากไม่เปลี่ยนเชิงโครงสร้าง เสี่ยงสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

"อดีตปลัดศธ." เตือนไทยเร่งปฏิรูปการศึกษา ชี้เวียดนามแซงหน้า ลั่นหากไม่เปลี่ยนเชิงโครงสร้าง เสี่ยงสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2569 ดร.อรรถพล สังขวาสี อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า โลกกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) และการเรียนรู้เฉพาะบุคคลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI-Driven Personalized Learning) ซึ่งกำลังพลิกโฉมห้องเรียนและการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตให้สอดรับกับตลาดแรงงานที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและ AI ซึ่งหลายประเทศได้เดินหน้าปรับโครงสร้างการศึกษาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเวียดนามที่วางยุทธศาสตร์ยกระดับระบบการศึกษาสู่ 20 อันดับแรกของโลกภายในปี 2045 ผ่านการกระจายอำนาจการบริหารครู การออกกฎหมายว่าด้วยครูและกฎหมายการศึกษาฉบับใหม่ การปรับโครงสร้างมหาวิทยาลัย การรับรองใบประกาศนียบัตรดิจิทัล การผลักดันภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง และตั้งเป้าเพิ่มผู้เรียนสาย STEM อย่างน้อย 35% เพื่อรองรับเศรษฐกิจแห่งอนาคต

ดร.อรรถพล กล่าวต่อไปว่า ขณะที่ประเทศไทยยังเผชิญวิกฤตด้านคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยผลประเมิน PISA ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ลดลงทุกด้าน และเด็กไทยกว่า 68% ยังไม่ผ่านเกณฑ์ทักษะคณิตศาสตร์ขั้นพื้นฐาน อีกทั้งผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ IMD ปี 2026 ระบุว่า แม้อันดับโดยรวมของไทยดีขึ้น แต่ด้านการศึกษายังอยู่เพียงอันดับ 52 จาก 70 ประเทศ ขณะที่ทักษะแรงงานระดับสูงและความสามารถด้านภาษาต่างประเทศลดลง รวมถึงยังมีเยาวชนระดับมัธยมตอนปลายหลุดออกจากระบบการศึกษาประมาณ 15%

“ผมอยากเสนอให้ประเทศไทยเร่งปฏิรูปการศึกษาใน 3 มิติ ได้แก่ การปลดล็อกกฎหมายและกระจายอำนาจการบริหารสู่ท้องถิ่น พร้อมลดภาระงานครู การกำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานโลก โดยยกระดับภาษาอังกฤษ AI และการเรียนสาย STEM เป็นวาระแห่งชาติ และการปรับโครงสร้างงบประมาณจากการจัดสรรตามจำนวนผู้เรียน ไปสู่การลงทุนตามผลสัมฤทธิ์และศักยภาพการวิจัย ควบคู่กับการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา”อดีตปลัดศธ.กล่าวและว่า ทั้งนี้ หากประเทศไทยยังปฏิรูปการศึกษาแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างจริงจังและรวดเร็ว ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลางในระยะยาว

ขอบคุณทีมาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้ที่ FOCUSNEWS วันที่ 9 กรกฎาคม 2569

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

สนามเด็กเล่น แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

นำข่าวครูบ้านนอกไปติดเว็บ

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

© 2000-2020 Kroobannok.com All rights reserved.

ครูบ้านนอกดอทคอม การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : [email protected] Tel : 096-7158383

Recommended articles